วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2561

ล้างแอร์ บางปะกง ล้างแอร์บ้าน บางปะกง บริการล้างแอร์ สะอาดสุดๆ โดยช่างแอร์ บางปะกง

ล้างแอร์ บางปะกง ล้างแอร์บ้าน บางปะกง บริการล้างแอร์ สะอาดสุดๆ โดยช่างแอร์ บางปะกง


บริการล้างแอร์ บางปะกง ล้างแอร์บ้าน บางปะกง และพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบันสภาพอากาศ ความร้อนใน ประเทศไทยนั้น ไม่ว่าอยู่พื้นที่ เขตไหน ก็หนีไม่พ้นความร้อนระอุทุกพื้นที่ เพราะสภาวะอากาศในประเทศไทยนั้น เป็นเมืองร้อน และประเทศไทยมีอุณหภูมิและความชื้นค่อนข้างสูงตลอดทั้งปี เพราะการใช้ชีวิต ต้องดำรงชีวิตอยู่ภายใต้สภาวะอากาศร้อนตลอดนั้น คงเป็นไปไม่ได้ที่จะต้องพึ่ง เครื่องปรับอากาศหรือ แอร์ ทุกบ้าน ทกอ๊อฟฟิต สำนักงาน โรงงานที่ทำงาน ฯลฯ ปัจจุบัน มลพิษทางอากาศเช่น ฝุ่นละออง ควันพิษ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ มลภาวะเหล่านี้ ไม่ส่งผลดีทั้งต่อมนุษย์ และเครื่องใช้ในบ้าน โดยเฉพาะ เครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ ที่ทุกบ้านหรือสำนักงานใช้กันอยู่ ตามบ้านเรือน หรือ สำนักงาน ทั่วไปที่มี เครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ ควรจะบำรุงรักษาโดยการล้างแอร์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง หรือ ปีละ 3-4 ครั้ง สำหรับบ้านเรือนที่อยู่ติดถนน โครงการก่อสร้าง บริเวณที่มีฝุ่นเยอะ หรืออาคาร สำนักงานที่มีการใช้ เครื่องปรับอากาศ เต็มที่เป็นเวลานานๆ ซึ่งโดยปกติแล้วนั้น ควรล้างแอร์ตามปริมาณการใช้งาน และพิจารณาเพิ่มเติมจาก สภาพแวดล้อมของห้องแอร์นั้นๆ เช่นหากเป็นพื้นที่ที่มีฝุ่นมาก และมีการเปิดใช้งานทุกวัน ประมาณ 2-3 เดือน ควรล้างแอร์อย่างน้อย 1 ครั้ง และนี่ก็คือเหตุผลว่าเหตุใดเราถึงต้องล้างแอร์ เป็นประจำ

เราทีมงาน ช่างแอร์ บางปะกง ล้างแอร์ บางปะกง ล้างแอร์บ้าน บางปะกง บริการ พื้นที่ ตำบล บางปะกง ท่าสะอ้าน บางวัว บางสมัคร ท่าข้าม บางเกลือ สองคลอง พิมพา หอมศีล และพื้นที่ใกล้เคียง.

โทร. 085-0252102,

โดยทีมงาน พีแอนด์เอ แอร์ เซอร์วิส P&A Air Service บริการงานแอร์ด้วยความจริงใจ

ทำไมต้องล้างแอร์ 
หลายๆ ปัจจัยของแอร์เสีย เกิดจากแอร์สกปรกหรือแอร์ตัน และเกิดจากการสะสมของฝุ่นละออง ซึ่งเป็นเพียงแค่ปัญหาเล็กๆ แต่ถ้าปล่อยไว้นานๆ ปัญหาเล็กๆ ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ และเป็นจุดเริ่มต้นของแอร์เสีย แอร์ไม่เย็น แอร์พัง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเาต้องล้งแอร์ เป็นประจำ
-เราเสียเงินค่าล้างแอร์ น้อยกว่าการเสียเงินในการซ่อมแอร์
-ทำให้ประหยัดค่าไฟ อันเกิดการการที่แอร์ทำงานหนักตลอดเวลา เพราะแอร์สกปรก
-เป็นการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ตัวแผ่นกรองอากาศ / แผ่นฟอกอากาศ
-ลดการเสื่อมสภาพของเครื่องแอร์ เนื่องจากการสะสมตัวของฝุ่นละออง ไอน้ำ และสิ่งสกปรก
-ช่วยลดโลกร้อน และลดความร้อนโดยรอบตัวระบายความร้อนของเครื่องปรับอากาศ

ล้างแอร์ตามกำหนดหรือล้างแอร์เป็นประจำนั้นดีอย่างไร
-ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศได้สูงขึ้น ช่วยให้อากาศที่ได้จากการเปิดแอร์เย็นฉ่ำ
-ช่วยในการประหยัดไฟ อย่างน้อย10%
-ช่วยลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่ควรเสีย เช่น ค่าเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ ค่าเปลี่ยนอะไหล่ ค่าซ่อมแอร์โดยที่ไม่จำเป็นได้เป็นจำนวนมาก
-การทำความสะอาดแอร์ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ให้ยาวนานขึ้น
-ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค ช่วยฟอกอากาศให้สะอาด ทำให้สุขภาพดีขึ้น และยังลดโอกาสเป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจได้อีกด้วย

เห็นข้อดีต่างๆ จากการ ล้างแอร์ แล้ว อย่าลืมล้างแอร์เป็นประจำ เพราะการป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น ย่อมดีกว่าแก้ปัญหาทีหลัง ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก ทำไมจึงควรเลือกใช้บริการล้างแอร์มืออาชีพจาก ทีมงาน ช่างแอร์ พีแอนด์เอ แอร์ เซอร์วิส เพราะให้บริการล้างแอร์ โดยทีมช่างมืออาชีพ มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับแอร์โดยเฉพาะ พร้อมด้วยบริการที่คุณต้องประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นการล้างแอร์หรือซ่อมแอร์ ทีมช่างของเราพร้อมรับมือกับทุกปัญหาที่คุณต้องการแก้ไข ทั้งปัญหาแอร์ คอมเพรสเซอร์ หรือการเติมน้ำยาแอร์

ขั้นตอนการ ล้างแอร์ แบบติดผนังมีรายละเอียดดังนี้
        1.ช่างแอร์ ล้างแอร์ บางปะกง ของเรา จะทำการเปิดดสอบเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ เพื่อตรวจสอบสภาพการทำงานของแอร์ ทั้งคอยล์เย็น และ คอยล์ร้อน ว่าอยู่ในสภาพการทำงานที่ปกติ ดีหรือไม่ แล้วแจ้งลูกค้าให้รับทราบ
        2.เมื่อตรวจสอบการทำงานของแอร์แล้ว ช่างแอร์ บางปะกง  จะทำการปิดเบรกเกอร์ไฟของเครื่องปรับอากาศหรือแอร์
        3.ช่าง ล้างแอร์ บางปะกง เริ่มเปิดหน้ากากแอร์ที่คอยล์เย็น เพื่อทำการถอดเอาแผ่นกรองอากาศออกมาก่อน หลังจากนั้น ช่างแอร์ บางปะกง คลายสกูรที่ใช้ยึดระหว่างหน้ากากกับตัวแอร์ที่คอยล์เย็น แล้วใช้มือทั้งสองข้างประคองถอดหน้ากากแอร์ออกจากตัวแอร์
        4. ช่างล้างแอร์ บางปะกง จะทำการถอดรางน้ำทิ้ง ซึ่งบางยี่ห้อจะมีสกูรขันล็อคไว้ จากนั้น ช่างแอร์ ก็จะถอดท่อน้ำทิ้งออกจาก รางน้ำทิ้ง อย่างระมัดระวัง แล้วจึงนำผ้ายางล้าง มาคลุมตัวแอร์ไว้ เพื่อให้น้ำจากการล้างแอร์ ไม่หยดลงพื้น โดยมีถังมารองรับน้ำจากการล้างแอร์ผ่านผ้ายางที่ใช้คลุมตัวแอร์ไว้ หลังจากคลุมผ้าใบและเอาถังมารองรับน้ำแล้ว ช่างแอร์ บงปะกง นำผ้าหรือถุงพลาสติกมาคลุมไว้ที่อุปกรณไฟฟ้าและ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ด้านขวาของตัวแอร์เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำ หรือ ละอองน้ำกระเด็นเข้าไป จากนั้นช่างแอร์ บางปะกง จะฉีดน้ำยา ล้างคอยล์เย็น ให้ทั่วบริเวณ แผงคอยล์เย็น(รังผึ้ง)
        5.ช่างล้างแอร์ บางปะกง จะนำตัวแผ่นกรองอากาศ(ฟิลเตอร์) หน้ากากแอร์ รางน้ำทิ้งมาทำการล้างให้สะอาด เป่า และเช็ดให้แห้ง
        6.ช่างล้างแอร์ บางปะกง เริ่มทำการล้างแอร์คอยล์เย็นที่แผงแฟนคอยล์(รังผึ้ง) ด้วยน้ำแรงดันสูง ล้างทำความสะอาดโบลเวอร์ ช่างแอร์ บางปะกง จะฉีดน้ำแรงดันสูงใส่เข้าท่อน้ำทิ้งเพื่อล้างทำความสะอาดภายใน ท่อน้ำทิ้งเพื่อป้องกันการอุดตันของท่อน้ำทิ้ง
        7.ช่างล้างแอร์ บางปะกง จะใช้เครื่องเป่าลมเป่าแผงค อยล์เย็นให้แห้ง ก่อนประกอบชุดแฟนคอยล์ หลังจากนั้น ช่างแอร์ ทำการประกอบชุดคอยล์เย็นให้เรียบร้อยตามลำดับ
        8.ช่างล้างแอร์ บางปะกง จะใช้น้ำแรงดันสูงฉีดล้างที่แผงคอนเดนเซอร์(คอยล์ร้อน) ใช้เครื่องเป่าลมเป่าแผงคอนเดนเซอร์ให้แห้ง แล้วทำการเปิดเบรกเกอร์ไฟของแอร์
        9.ช่างล้างแอร์ บางปะกง เปิดเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ ทดสอบการทำงานของแอร์ หลังจากทำการล้างแอร์ที่สะอาดเต็มที่แล้ว โดยช่างล้างแอร์ บางปะกง ของเรา

     *หมายเหตุ ขั้นตอนการล้างเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ข้างต้น เป็นเพียงขั้นตอนที่ดำเนินการทั่วไป เท่านั้น รายละเอียดการดำเนินการจริงของช่างอาจแตกต่างไปบ้าง ทั้งนี้เนื่องจาก ชนิด ประเภท ตำแหน่งการติดตั้งและสภาพเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ และสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกัน
     ** การตรวจเช็คน้ำยาแอร์นั้น ช่างแอร์ บางปะกง จะมีเครื่องมือวัดน้ำยาแอร์ และทำการตรวจเช็คน้ำยาแอร์ หลังจากการล้างแอร์ เพื่อให้ลูกค้ารับทราบว่า น้ำยาแอร์ ขาด หรือ เหลือมากน้อยเพียงใด หลังจากบริการล้างแอร์

เราทีมงาน ช่างแอร์ บางปะกง ล้างแอร์ บางปะกง ล้างแอร์บ้าน บางปะกง บริการ พื้นที่ ตำบล บางปะกง ท่าสะอ้าน บางวัว บางสมัคร ท่าข้าม บางเกลือ สองคลอง พิมพา หอมศีล และพื้นที่ใกล้เคียง.


โทร. 085-0252102,

 หรือ กด Add Line ที่:

ทีมงาน ช่างแอร์ พีแอนด์เอ แอร์ เซอร์วิส P&A Air Service บริการงานแอร์ด้วยความจริงใจ


องค์ประกอบและหลักการทำงานของเครื่องปรับอากาศ 
การปรับอากาศ ความหมายคือ ปรับให้อากาศเย็นหรือร้อนก็ได้ ถ้าพูดถึงปรับอากาศให้เย็น เราจะนึกถึงคำว่าแอร์นั่นเอง ในที่นี้เราจะพูดคุยกันอย่างง่ายๆ ถามว่าแอร์เกี่ยวกับความร้อนหรือไม่ เกี่ยวแน่นอน เพราะแอร์เป็นตัวนำความร้อนจากภายในห้อง ออกไปทิ้งข้างนอก ทิ้งอย่างไรมันมีขบวนการของมันโดยใช้เครื่องมือ 4 ตัว คือ
1. EVAPPORATOR
2. COMPRESSOR
3. CONDENSER
4. CAPILLARY TUBE
EVAPPORATOR คือ เครื่องระเหย หรือที่เราเรียกกันว่า คอล์ยเย็น หลักการทำงานคือ ดูดความร้อนจากภายในห้อง โดยมีมอเตอร์พัดลมเป็นตัวดูดเข้ามา ผ่านช่องที่เรียกว่า Return Air ซึ่งมี Filter เป็น ตัวกรองฝุ่นให้ก่อน แล้วความร้อนที่ถูกดูดเข้ามานั้น จะมาสัมผัสกับคอล์ยเย็นที่มีน้ำยาแอร์ ที่เป็นของเหลว ซึ่งอุณหภูมิติดลบ วิ่งอยู่ในท่อนั้น จะเกิดการระเหยเป็นไอ(แรงดันต่ำ)
COMPRESSOR คือ เครื่องอัดไอ การทำงานหรือหน้าที่ของมันคือ ดูดไอ(แรงดันตำ) ซึ่งเกิดจากการระเหยภายในคอล์ยเย็น ทำการอัดให้เป็นไอ(แรงดันสูง) อุณหภูมิสูง เพื่อส่งไประบายความร้อนต่อไป
CONDENSER คือเครื่องควบแน่น หรือที่เรียกกันว่า คอล์ยร้อน หน้าที่ของมันคือรับไอร้อนที่ถูก COMPRESSOR อัด จนร้อนและมีอุณหภูมิสูง เข้ามาในแผงพื้นที่ของมัน จากไอที่มีอุณหภูมิสูง เมื่อมาเจอกับอากาศภายในห้อง ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า ความร้อนจึงถูกถ่ายเทออกไปได้โดยไอร้อนนั้น และจะควบแน่นกลายเป็นของเหลว(แรงดันสูง-อุณหภูมิสูง)แต่มีมอเตอร์พัดลมเป็นตัว ช่วยระบายความร้อนออกไปให้เร็วขึ้น เมื่อเป็นของเหลวแล้วก็สามารถกลับมารับความร้อนภายในห้องได้อีก แต่ของเหลวนั้นยังมีอุณหภูมิสูงอยู่ จึงต้องทำให้อุณหภูมินั้นลดลงก่อน
CAPILLARY TUBE คือ ท่อลดแรงดันหรือท่อรูเข็ม ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเล็กมาก จะเรียกว่า แค๊ปทิ้ว หน้าที่ของมันคือลดแรงดันของน้ำยาแอร์(ของเหลว)จากที่ถูกระบายความร้อนแล้ว ยังมีอุณหภูมิสูง-แรงดันสูง เมื่อมาเจอท่อรูเข็ม ทำให้ของเหลวอั้น ผ่านได้น้อย ทำให้ของเหลวนั้น มีอุณหภูมิลดลง และแรงดันลดลง น้ำยาแอร์(ของเหลว)และไหลพอดีเหมาะสมกับพื้นที่ของคอล์ยเย็ย เพื่อที่จะมารับความร้อน ในห้องได้อีกครั้ง หลังจากได้ทราบถึงวงจรการทำงานของเครื่องปรับอากาศแล้ว เราจะมาศึกษาถึงที่มาที่ไปบ้าง
ระบบการทำความเย็นที่เรากำลังกล่าวถึงคือระบบอัดไอ (Vapor-Compression Cycle) ซึ่งมีหลักการทำงานง่ายๆคือ การทำให้สารทำความเย็น (น้ำยา) ไหลวนไปตามระบบ โดยผ่านส่วนประกอบหลักทั้ง 4 อย่างต่อเนื่องเป็น วัฏจักรการทำความเย็น (Refrigeration Cycle) โดยมีกระบวนการดังนี้
1) เริ่มต้นโดยคอมเพรสเซอร์ทำหน้าที่ดูดและอัดสารทำความเย็นเพื่อเพิ่มความดัน และอุณหภูมิของน้ำยา แล้วส่งต่อเข้าคอยล์ร้อน
2) น้ำยาแอร์ จะไหลวนผ่านแผงคอยล์ร้อน โดยมีพัดลมเป่าเพื่อช่วยระบายความร้อน ทำให้น้ำยาจะที่ออกจากคอยล์ร้อน มีอุณหภูมิลดลง (ความดันคงที่) จากนั้นจะถูกส่งต่อให้อุปกรณ์ลดความดัน
3) น้ำยาแอร์ ที่ไหลผ่านอุปกรณ์ลดความดัน จะมีความดันและอุณหภูมิที่ต่ำมาก แล้วไหลเข้าสู่คอยล์เย็น (หรือที่นิยมเรียกกันว่า การฉีดน้ำยา)
4) จากนั้นน้ำยาแอร์ จะไหลวนผ่านแผงคอยล์เย็นโดยมีพัดลมเป่าเพื่อช่วยดูดซับความร้อน จากภายในห้อง เพื่อทำให้อุณหภูมิห้องลดลง ซึ่งทำให้น้ำยาที่ออกจากคอยล์เย็นมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น (ความดันคงที่) จากนั้นจะถูกส่งกลับเข้าคอมเพรสเซอร์เพื่อทำการหมุนเวียนน้ำยาต่อไป

หลังจากที่เรารู้การทำงานของวัฏจักรการทำความเย็นแล้วก็พอจะสรุปง่ายๆได้ดังนี้
1) สารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางดูดเอาความร้อนภายในห้อง (Indoor) ออกมานอกห้อง (Outdoor) จากนั้นน้ำยาจะถูกทำให้เย็นอีกครั้งแล้วส่งกลับเข้าห้องเพื่อดูดซับความร้อน อีก โดยกระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดการทำงานของคอมเพรสเซอร์
2) คอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวในระบบที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนน้ำยาแอร์ผ่าน ส่วนประกอบหลัก คือคอยล์ร้อน อุปกรณ์ลดความดัน และคอยล์เย็น โดยจะเริ่มทำงานเมื่ออุณหภูมิภายในห้องสูงเกินอุณหภูมิที่เราตั้งไว้ และจะหยุดทำงานเมื่ออุณหภูมิภายในห้องต่ำกว่าอุณหภูมิที่เราตั้งไว้ ดังนั้นคอมเพรสเซอร์จะเริ่ม และหยุดทำงานอยู่ตลอดเวลาเป็นระยะๆ เพื่อรักษาอุณหภูมิห้องให้สม่ำเสมอตามที่เราต้องการ

*คำว่า BTU ที่ใช้กับเครื่องปรับอากาศ เป็นหน่วยความร้อน ย่อมาจาก BRITISH THERMAL UNIT*

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น